หลังจากได้พักไป Tag ชาวบ้านแล้ว กลับมาต่อเรื่องของ USJ ดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวเล่าไม่จบสักที มาต่อกันที่เครื่องเล่นสุดฮิตอีกอย่างของที่นี่ Spiderman

เครื่องเล่นนี้เป็นเครื่องเล่นที่ต้องใส่แว่นสามมิติดู โดยเราจะเป็นกลุ่มทัวร์ที่เข้ามาดูงานของหนังสือพิมพ์ Daily Bugle โดยที่สำนักพิมพ์นี้จะมีรถที่ออกแบบพิเศษให้นักข่าวเอาไว้ใช้เวลาออกไปทำข่าวนอกสถานที่ที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย ขณะที่เรากำลังเดินทัวร์อยู่ภายในสำนักพิมพ์ (ที่จริงก็คือการยืนรอคิวเล่นเครื่องเล่นน่ะแหละ) ก็จะมีรายงานเข้ามาว่ามีเหล่าวายร้ายออกมาอาละวาดในเมือง แต่ที่สำนักพิมพ์กลับไม่มีนักข่าวที่สามารถออกไปทำข่าวนี้ได้เลยเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จึงยัดเยียดส่งพวกเราออกไป โดยให้เราขึ้นรถแล้วก็แล่นเข้าไปในเมือง ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพการ์ตูนสามมิติที่สวยมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่รถสั่นเพราะถูกกระแทก หรือจังหวะที่เหล่าวายร้ายปล่อยพลังไฟระเบิดใส่รถเรา ตัวเราก็จะได้รับไอร้อนตามอย่างสมจริง แม้กระทั้งตอนที่มีมนุษย์น้ำพยายามจะจับรถเราไว้แล้วสไปเดอร์แมนเข้ามาช่วย เราก็จะรู้สึกถึงหยดน้ำจากพลังของมนุษย์น้ำที่ลอยมาปะทะใบหน้า
ดูเหมือนว่ารถของเราจะทำให้การปราบปรามเหล่าวายร้ายของยอดมนุษย์อย่างสไปเดอร์แมนลำบากมากยิ่งขึ้น เพราะเขาต้องคอยหยุดช่วยพวกเราเป็นระยะๆ และถึงแม้จะถูกสั่งให้กลับไปที่สำนักพิมพ์ แต่พวกเราก็ยังดื้อดึงอยู่ดูสถานการณ์กันต่อ (ก็พวกเราไม่ได้บังคับรถเองนี่) มีฉากตอนที่รถเราถูกตัวร้ายกระแทกแล้วกำลังจะตกลงจากยอดตึก เป็นฉากที่ตื่นเต้นดี เพราะรู้สึกเหมือนกับว่ารถกำลังจะดิ่งลงจริงๆ แล้วถ้าสไปเดอร์แมนปล่อยใยแมงมุมออกมารับรถเราไม่ทัน คงได้โหม่งพสุธากันแน่ๆ
โดยรวมๆ แล้วเป็นเครื่องเล่นที่จับเราเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา แต่ทำได้มีศิลปะมากกว่าเครื่องเล่นอย่าง Back to the Future คาดว่าเป็นเพราะสร้างขึ้นทีหลัง ทำให้เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่า เล่นแล้วสนุกมากๆ จังหวะที่ตัวร้ายจะยิงปืนใส่นี่เผลอหลับตา เผลอเบือนหน้าหลบไปหลายรอบเหมือนกัน เพราะเป็นภาพสามมิติที่สมจริงมาก ถ้าใครจะไปเที่ยวที่นั่น ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดเครื่องเล่นนี้เด็ดๆ
ถัดจากเครื่องเล่นตื่นเต้นๆ ก็ไปพักผ่อนสบายๆ กับเครื่องเล่นอย่าง ET. Adventure กันเถอะ

เมื่อเข้าไปเล่น เราจะถูกต้อนเข้าไปฟังเรื่องราวของเจ้ามนุษย์ต่างดาวอีทีกันก่อน ว่าตอนนี้ที่ดาวของอีทีกำลังแย่ต้องการให้อีทีรีบกลับไปช่วยเหลือด่วน โดยการที่อีทีจะกลับไปได้ต้องอาศัยความช่วยเหลือของพวกเราและจักรยาน(?) โดยเราต้องพาเจ้าอีทีนี้หลบตำรวจ และนักวิทยาศาสตร์จากนาซ่าไปให้ได้
โดยก่อนเข้า ผู้ดูแลจะบอกว่าการจะไปดาวของอีทีได้เราต้องมี passport ซึ่งเขาจะให้เราบอกชื่อทีละคน แล้วก็ทำการคีย์ชื่อเราลงไปเก็บไว้ในการ์ด ซึ่งเมื่อเล่นเครื่องเล่นจนจบ ก็ยังไม่เข้าใจว่าไอ้เจ้าการ์ดนี้มันมีประโยชน์อะไร? และทำไปทำไม?
พอมีการ์ดแล้ว เราก็จะนั่งจักรยานลอยไปเรื่อยๆ โดยช่วงแรกจะเป็นการหลบหนีตำรวจที่จะมาจับตัวอีที หลังจากนั้นเราก็จะปั่นไปยังดาวของอีที ซึ่งตอนเราไปถึง ที่ดาวนั้นแห้งแล้งขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่ด้วยความช่วยเหลือของอีที ความชุ่มชื้นก็ได้กลับคืนมาสู่ดวงดาวแห่งนั้นอีกครั้ง (ให้อารมณ์ครีมบำรุงผิวยังไงไม่รู้แฮะ) เราจะได้เห็นเหล่ามนุษย์ต่างดาวหน้าตาประหลาดๆ ที่กำลังใกล้ละลาย(?) กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แล้วเครื่องเล่นก็จะพาเรากลับมายังโลกอีกครั้ง
นี่เป็นเครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กและผู้ที่รักอีทีทุกคน แต่สำหรับคนที่เกลียดอีทีมาตั้งแต่เด็กอย่างเราแล้ว มันช่าง...เหอะๆ เต็มไปด้วยตัวประหลาดจริงๆ
ต่อกันมาติดๆ กับเครื่องเล่นที่อยู่ข้างๆ อีทีนี่เองอย่าง Terminator

เนื้อเรื่องของเครื่องเล่นนี้คือ พวกเราเป็นกลุ่มคนที่มาเยี่ยมชมบริษัท Cyberdyne (กรุณาอย่าสนใจชื่อ เพราะจำไม่ได้จริงๆ คาดว่าไม่ใช่ชื่อนี้แน่ๆ) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตหุ่นยนต์ เมื่อเข้าไปข้างใน ก็จะมีไกด์สาวที่มีเสียงหัวเราะและมาดเหมือนนางเอกการ์ตูนดังเมื่อสิบปีก่อนอย่างคุณหนูชิราโทริ เรโกะ ออกมานำทัวร์เรา โดยเธอจะเปิดวิดิโอให้เราดูถึงผลงานและประวัติของบริษัท ซึ่งระหว่างที่พวกเรากำลังดูอยู่นั้น สัญญาณก็จะถูกตัดพร้อมกับมีแม่ลูกคู่หนึ่ง(นางเอกในหนังกับลูกชาย) ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงแทรกเข้ามาว่า หุ่นยนต์ของบริษัทนี้อันตราย ให้เรารีบหนีออกจากบริษัท แต่คุณไกด์สาวก็รีบตัดสัญญาณสวิตช์ก่อนจะทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพาพวกเราเข้าไปนั่งในห้องที่เหมือนห้องฉายหนัง โดยเมื่อถึงตรงนี้พวกเราก็ต้องใส่แว่นตาสามมิติกันอีกแล้ว
ขณะที่อยู่ในห้องนี้ คุณไกด์ก็จะแนะนำหุ่นยนต์ของบริษัทให้เราฟัง แต่ก็เกิดปัญหาขึ้น (จำไม่ได้แล้วว่าเกิดอะไร เพราะตามเนื้อเรื่องไม่ค่อยทันเหมือนกัน) สองแม่ลูกก็จะโผล่ออกมาจัดการเจ้าหุ่นยนต์ สักพักพระเอกของเรื่องจึงตามออกมาช่วย โดยที่พระเอกกับลูกชายนางเอกจะต้องบุกไปยังศูนย์กลางที่ควบคุมเหล่าหุ่นยนต์อยู่เพื่อทำลายมันทิ้ง หลังจากนี้ก็จะเป็นฉากจากหนังบางส่วนที่เอามาทำให้เป็นสามมิติ เป็นฉากการต่อสู้ระหว่างตัวเอกกับหุ่นยนต์ที่สามารถแปลงรูปร่างของตัวเองได้ ซึ่งถ้าถามเรา เราว่าทำได้ไม่ค่อยสนุกนัก บางคนเข้ามาดูถึงกับหลับไปได้ (แต่เราไม่ได้หลับนะ แค่ไม่ค่อยตั้งใจดู)
ส่วนที่คิดว่าทำได้ดี คงเป็นเรื่องของการเชื่อมฉากที่ตัวละครที่เป็นคนจริงๆ จะต้องเดินเข้าไปในฉากหนังทำได้เนียนใช้ได้เลย กะว่าถ้าเข้าไปดูอีกรอบจะขอถอดแว่นสามมิติดูสักหน่อยว่าทำยังไง โดยรวมๆ ก็เป็นโชว์ที่ใช้ได้อันหนึ่ง แต่คงไม่ถึงกับว่าถ้ามาที่นี่ต้องเข้ามาดูหรอก
เราไป USJ มาสองรอบก็ยังพลาดดู Shrek 4D กับSesame Street ทั้งสองรอบเลย คงเป็นเพราะทั้งสองอันนี้มันแสดงจำกัดรอบล่ะมั้ง เลยกะเวลาลำบาก แต่ยังไงก็ถ่ายรูปด้านหน้ากลับมาให้ดูกันน้า

โชว์สุดท้ายของวันก็คือ โชว์ปีเตอร์แพนที่จัดขึ้นที่ลานกลางแจ้ง โดยโชว์จะเริ่มตอนทุ่มครึ่ง แต่คนจะเริ่มมาจองที่นั่งดูกันตั้งแต่หกโมงกว่าๆ ทำให้พวกเราที่มาตรงเวลาแสดงเป๊ะๆ หามุมดีๆดูไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เอาภาพตอนที่ยังไม่ได้เริ่มแสดงไปดูกันเล่นๆ ก็แล้วกัน

เวทีที่ใช้ในการแสดงมีอยู่สามเวที โดยทั้งหมดสร้างอยู่บนเรือ ลำแรกเป็นฉากดินแดงเนเวอร์แลนด์ ลำกลางเป็นเรือโจรสลัดของกัปตันฮุก ส่วนลำสุดท้ายทางขวาสุดเป็นเรือหมู่บ้านอินเดียนแดงของไทเกอร์ ลิลลี่ ส่วนไอ้เจ้าเสาสูงๆ ที่ตั้งอยู่ด้านข้างนั้นเป็นที่ห้อยสลิงซึ่งปีเตอร์แพนใช้เวลาบิน

เนื้อเรื่องที่แสดงก็เหมือนกับเนื้อเรื่องปรกติ เพียงแต่ทำให้รวบรัดมากกว่า เพลงที่ร้องนั้นก็เพราะดี โดยส่วนตัวแล้วเราชอบเพลงของกัปตันฮุกนะ แต่เสียงไทเกอร์ ลิลลี่กับเสียงเวนดี้ก็เพราะมากๆ
ฉากนี้จำไม่ได้แล้วว่าเป็นฉากไหน อาจจะเป็นตอนนี้ทิงเกอเบลที่กินยาพิษเข้าไปแทนปีเตอร์ฟื้นขึ้นมาก็ได้นะ ไม่งั้นก็คงเป็นฉากตอนจบเลย

ดูแล้วสงสารคนเล่นเป็นปีเตอร์ ที่ต้องห้อยโหนตัวอยู่กลางอากาศ ทั้งๆที่มันหนาวมากๆๆๆๆ ดีนะที่คนเล่นไม่ใช่เด็กจริงๆ ไม่งั้นคงแย่ อ๊ะ ลืมบอกไปว่า เนื่องจากปีเตอร์แพนต้องโผล่จากตรงโน่นที ตรงนี้ที ทำให้การแสดงนี้ต้องใช้ปีเตอร์ประมาณสามคน (อันนี้เรานับเองนะ)คนหนึ่งคอยโหน คนหนึ่งอยู่แถวเนเวอแลนด์ อีกคนอยู่แถวหมู่บ้านอินเดียนแดง เป็นโชว์น่ารักๆ ที่ดูได้สบายๆ เหมาะสำหรับเด็กเล็กๆเป็นพิเศษ
ก่อนกลับขอเก็บภาพความสวยงามของ USJ มาฝากอีกสักภาพ

ข้างหลังนั่นเหมือนสะพานแขวนบ้านเรามั้ย? อิอิ จบทัวร์แล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตาม คราวหน้าเจอกันที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์เน้อ


























